Menu
Your Cart

Olive Oil : น้ำมันมะกอก

Olive Oil : น้ำมันมะกอก
Olive Oil : น้ำมันมะกอก
Olive Oil : น้ำมันมะกอก
Olive Oil : น้ำมันมะกอก
Olive Oil : น้ำมันมะกอก
฿38.00บาท
Tax Included ฿38.00บาท
  • Stock: In Stock
  • Model : B007OL

Available Options

B007OL Olive Oil : น้ำมันมะกอก

CAS Number : 8001-25-0                         
Formula : -
Appearance : Liquid
Specific Gravity : 0.915%
P.H : -
Assay :-
Mesh size : -
Related documents :

MSDS



DESCRIPTION

คุณสมบัติทั่วไป

น้ำมันมะกอก (Olive Oil) หมายถึง น้ำมันธรรมชาติที่สกัดได้จากมะกอกโอลีฟ มีลักษณะใสออกสีเขียว สีใสออกเหลือง และใส ขึ้นอยู่กับกระบวนการสกัด

         น้ำมันมะกอกที่มีจำหน่าย และใช้กันในทุกวันนี้ เป็นน้ำมันที่ผลิตมาจากมะกอกโอลีฟ ส่วน มะกอกน้ำ และมะกอกป่า และมะกอกฝรั่ง เป็นมะกอกที่นิยมนำมารับประทาน และทำผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เช่น การดอง การเชื่อม ไม่นิยมนำมาสกัดน้ำมัน เนื่องจากมีน้ำมันน้อย

      มะกอกโอลีฟ เป็นพืชตะกูลมะกอกที่มีถิ่นกำเนิดในแถบทะเลเมริเตอร์เรเนียน และแถบตะวันออกกลาง ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไปมา เปลือกลำต้นออกสีเทานวล ใบมีลักษณะแข็ง สีเขียวแก่ ดอกมีสีขาวออกครีม มีสี่กลีบ แตกออกจากช่อดอก เกสรดอกมีมีเหลือง แต่ละช่อดอกประกอบด้วยดอกประมาณ 10-25 ดอก ผลมีลักษณะกลมเรียวรูปไข่ ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกจะเป็นสีดำ ซึ่งจะนำมาผลิตเป็นน้ำมันมะกอก

องค์ประกอบน้ำมันมะกอก

         น้ำมันมะกอกที่สกัดได้ทุกวันนี้มีความบริสุทธิ์มากกว่า 99.5% ประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว ประมาณร้อยละ 70-90 และกรดไขมันอิ่มตัว ประมาณร้อยละ 10-30 ของกรดไขมันทั้งหมด รวมถึงเกลือแร่ และวิตามินบางชนิด

ประโยชน์ด้านต่างๆ

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก (Olive Oil)

     ● น้ำมันมะกอกใช้ในการนวดเพื่อลดอาการปวดตามกล้ามเนื้อ และบริเวณข้อต่างๆ

     ● น้ำมันมะกอกใช้บำรุงผิวพรรณ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่ช่วยป้องกันผิวแห้งได้ดีมาก

     ● นำมาใช้ชโลมผมเพื่อให้จัดทรงง่าย ลื่น เป็นมันวาว ทำให้สุขภาพผม และหนังศรีษะดีขึ้น

     ● เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางต่างๆเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

     ● ใช้ชโลมผิวหนังก่อนโกนขน โกนหนวดเครา ทำให้ผิวหนังลื่น ป้องกันรอยแผลจากใบมีด

ข้อมูลสินค้า

ชื่อทั่วไป : Olive Oil

แหล่งผลิตสินค้า :

เหมาะสำหรับ

การสกัดน้ำมันมะกอก

     1.  การสกัดน้ำมันมะกอกจะต้องใช้ผลมะกอกที่กำลังสุกหรือสุกแล้ว ไม่ควรใช้ผลอ่อน เนื่องจากผลสุกจะเป็นระยะที่ผลมีการเก็บสะสมน้ำมันไว้มากที่สุด ก่อนการสกัดทุกวิธีจะต้องทำการแยกส่วนของเนื้อออกด้วยมือหรือเครื่องกะเทาะเปลือกเพื่อให้เหลือเฉพาะส่วนของเมล็ดเท่านั้น ซึ่งเมล็ดที่ได้จากการแยกเปลือก และเนื้อออกจะทำการตากหรืออบให้แห้ง ก่อนจะนำมาสกัดเพื่อกำจัดน้ำหรือความชื้นเสียก่อน สำหรับกากที่ได้จากการกะเทาะเมล็ด และกากที่เหลือจากการสกัดน้ำมันแล้ว สามารถนำมาเป็นอาหารสัตว์ ทำเป็นปุ๋ยได้อีก

   2. การสกัดด้วยการกลั่น เป็นวิธีที่ใช้ความร้อนในการสกัด ทั้งการต้ม และการผ่านไอน้ำ โดยจะต้องทำการบดอัดเมล็ดมะกอกให้มีขนาดเล็กเสียก่อน ซึ่งจะได้ไขมันกับไอน้ำควบแน่นแยกชั้นกัน แต่ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากการสกัดด้วยการกลั่นจะใช้ได้ดีกับน้ำมันหอมระเหยเท่านั้น

   3. การสกัดด้วยตัวทำละลาย เป็นวิธีการที่นิยมในกระบวนการผลิตน้ำมันมะกอกขนาดใหญ่หรือผลิตจำนวนมากๆในอุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถแยกน้ำมันออกมาได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และน้ำมันที่ได้มีความบริสุทธิ์สูง สารตัวทำละลายที่มักใช้ ได้แก่ อีเทอร์ คีโตน เป็นต้น

   4.  การสกัดด้วยการบีบอัด เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และประหยัดที่สุด และน้ำมันมีกลิ่นของมะกอกที่เป็นธรรมชาติที่สุด สีของน้ำมันมะกอกที่ได้มักเป็นสีเขียวใสหรือสีเหลืองใส ขึ้นกับอายุของเมล็ด และผลแห้งหรือดิบ มักใช้ตามบ้านเรือนหรือการผลิตน้ำมันมะกอกปริมาณไม่มาก ด้วยการนำเมล็ดที่ตากแห้งมาบีบอัดด้วยเครื่องบีบน้ำมัน แต่มีข้อเสีย คือ สามารถสกัดน้ำมันได้ไม่หมดหรือน้อยเมื่อเทียบกับวิธีอื่น น้ำมันที่ได้มักมีกากจำเป็นต้องผ่านการกรองอีกขั้นเสียก่อน


สั่งซื้อสินค้า Olive Oil : น้ำมันมะกอก
ร้านกรุงเทพเคมี ได้ที่ @BKKCHEMI  โทร.02-034-1515,02-015-6262