Menu
Your Cart

Locust Beam gum (Italy) : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)

Locust Beam gum (Italy) : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)
Locust Beam gum (Italy) : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)
New
Locust Beam gum (Italy) : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)
Locust Beam gum (Italy) : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)
Locust Beam gum (Italy) : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)
฿225.00บาท
Tax Included ฿225.00บาท
  • Stock: In Stock
  • Model : F091LG

Available Options

F091LG  Locust Beam gum  (Italy)  : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)

CAS Number : -                                 
Formula : -
Appearance : Solid free flowing powder white.
Specific Gravity : -
P.H. : 5.5-7.0%
Assay :-
Mesh size : -
Related documents :

SPECIFICATIONS , MSDS



DESCRIPTION

คุณสมบัติทั่วไป

           Locust bean gum ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive, มี E-number คือ E 410) เป็นกัม สกัดได้จากเนื้อในเมล็ด(endosperm) ของต้น carob (Ceratonia silliqua) บางครั้งเรียกว่า carob seed gum ต้น carob เป็นพืชที่ปลูกในแถบเมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคและ โปรตุเกตุ 

           โลคัส บีน กัม (Locust bean gum) เป็นสารคาร์โบไฮเดรตชนิดโพลิแซกคาร์ไรด์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารไฮโดรคอลลอยด์ สามารถสกัดได้จากส่วนเนื้อในเมล็ด (endosperm) ของต้นแครอบ (carob, Ceratonia silliqua) ซึ่งเป็นพืชในแถบเมดิเตอร์เรเนียน  โล คัส บีน ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) โดยมีเลข E-number คือ E410

ประโยชน์ด้านต่างๆ

โดยมีหน้าที่ดังนี้

   – thickening agent

   – emulsifier

   – stabilizing agent

   – anticaking agent

โครงสร้างโมเลกุลของ locust bean gum  (ดังรูป)

            Locust bean gum เป็น polysaccharide ประเภท heteropolysaccharide โครงสร้างโมเลกุลของ Locust bean gum เป็น

พอลิเมอร์สายยาว ประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ชนิดคือ น้ำตาลแมนโนส (mannose) เป็นส่วนที่เป็นสายหลัก สลับกับ

น้ำตาลกาแล็กโทส (galactose) ที่เป็นกิ่งแขนง

สายหลักของน้ำตาล mannose ต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ชนิดบีตา-1,4 และมีกิ่งแขนงของ galactose

ต่อกันด้วยพันธะชนิดแอลฟา-1,6 โดยอัตราส่วนของ mannose ต่อ galactose เป็น 4:1

สมบัติของ locust bean gum

Locust bean gum ไม่ละลายในน้ำเย็น แต่พองตัวได้สามารถละลายได้ดีในน้ำร้อน จะให้สารละลายที่มีความหนืดสูงที่สุดเมื่อรับความร้อนสูงถึง 95 องศาเซลเซียสLocust bean gum ไม่สามารถเกิดเจล (gel) ได้ต้องนำมาผสมกับ xanthan gum จึงจะทำให้เกิดเจล ได้ หรืออาจผสมรวมกับ kappa-carrageenan จะช่วยเพิ่ม gel strength และลดการเกิด syneresis

ข้อมูลสินค้า

ชื่อทั่วไป : Locust Beam gum

แหล่งผลิตสินค้า :  อิตาลี (italy) 

เหมาะสำหรับ

หน้าที่และการใช้ locust bean gum ในอาหาร

โลคัสบีนกัมใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด ได้แก่ อาหารกระป๋อง ซอส ขนมหวาน เนยแข็ง ไอศกรีม เครื่องดื่ม และ  จากเนื้อสัตว์ โดยทำหน้าที่ได้หลากหลาย ได้แก่

        - สารให้ความข้นหนืด(thickening agent)

        - อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier)

        - สารให้ความคงตัว (stabilizing agent)

        - สารกันการรวมตัวเป็นก้อน (anticaking agent)

ตัวอย่างของวัตถุประสงค์ การใช้ locust bean gum ในผลิตภัณฑ์อาหาร

       -ใช้เป็นสารให้ความคงตัว (stabilizing agent) ในการผลิตไอศกรีมและเป็นอิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) เพื่อให้ไอศกรีมเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม

       -ใช้ในกระบวนการผลิตเนยแข็ง (ชีส, cheese) โดยเป็นตัวเร่งให้โปรตีนเคซีน (casein) ตกตะกอนเร็ว และทำให้ได้เนื้อตะกอนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ได้ปริมาณของผลิตภัณฑ์มากขึ้น

       -ใช้ในการโรยบนแม่พิมพ์ (mold) ในกระบวนการผลิตเจลลี่ เพื่อให้เนื้อขนมไม่ติดแม่พิมพ์

       -ใน เนยแข็ง locust bean gum ช่วยเร่งให้เกิดการตกตะกอนเคซีน (casein) เร็วขึ้น และทำให้ได้เนื้อตะกอนของเนยแข็งเพิ่มมากขึ้น

       -ในไอศกรีม locust bean gum จะทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความคงตัว (stabilizing agent) และเป็นอิมัลซิไฟเออร์(emulifier) ทำให้ไอศกรีมมีลักษณะเนื้อเนียน

       -ในลูกอม ลูกกวาด ใช้โรยเบ้า (mould) สำหรับผลิต gum drops หรือ jelly candies

ข้อมูลทั่วไป

โครงสร้างโมเลกุลของ locust bean gum  (ดังรูป)


สั่งซื้อสินค้า Locust Beam gum  (Italy)  : โลคัส บีมกัม (อิตาลี)
ร้านกรุงเทพเคมี ได้ที่ @BKKCHEMI  โทร.02-034-1515,02-015-6262