Menu
Your Cart

Extra virgin olive oil (Italy) : น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (อิตาลี)

Extra virgin olive oil (Italy) : น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (อิตาลี)
Extra virgin olive oil (Italy) : น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (อิตาลี)
Extra virgin olive oil (Italy) : น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (อิตาลี)
Extra virgin olive oil (Italy) : น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (อิตาลี)
Extra virgin olive oil (Italy) : น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (อิตาลี)
฿59.00บาท
Tax Included ฿59.00บาท
  • Stock: In Stock
  • Model : F089EO

Available Options

F089EO Extra virgin olive oil (Italy) : น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (อิตาลี)

CAS Number : -
Formula : -
Appearance : -
Specific Gravity : -
P.H. : -
Assay :-
Mesh size : -
Related documents : -


DESCRIPTION

คุณสมบัติทั่วไป

             น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (Extra virgin Olive Oil) หมายถึง น้ำมันธรรมชาติที่สกัดได้จากมะกอกโอลีฟ มีลักษณะใสออกสีเขียวเหลือง และใส Extra Virgin (Cold Pressed) บริสุทธิ์พิเศษ มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิว เข้ากับผิวได้ดีเพราะมีโครงสร้างคล้ายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ป้องกันรังสียูวีบี ประกอบด้วยโปรตีน วิตามินอี วิตามินเอ สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไขมันไม่อิ่มตัว และใช้เป็นส่วนผสมของสครับขัดผิว และใช้ผสมโลชั่น และครีมทาผิว เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ใช้หมักผมเพื่อปรับสภาพผม  และผสมในโลชั่นทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อีกด้วย

Extra virgin olive oil จัดเป็นน้ำมันมะกอกที่มีคุณภาพดีที่สุด ไม่มีการใช้กระบวนการเคมีหรือใช้สารเคมีมีการผลิตเลย เป็นการสกัดแยกน้ำมันออกมาจากผลมะกอกโดยตรงเป็นน้ำมันมะกอกสีค่อนข้างเขียวเหลือง ถูกคั้นออกมาด้วยเครื่องมือบด (Mill) ซึ่งเป็นกรรมวิธีแบบดั้งเดิม (Cold Pressedหรือ First Pressing) แต่ในปัจจุบันมักจะใช้เครื่องจักรในการบดมากกว่า ซึ่งรสชาติก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใดนัก ส่วนประเทศที่ผลิตน้ำมันมะกอก แต่ละประเทศจะมี Character ของตัวเอง เช่น

a) Greece จะมีความข้นกว่า (Heavy Texture)

b) Spain จะมีกลิ่นและรสชาติที่แรงกว่าประเทศอื่น

c) ฝรั่งเศส (Provencal) จะมีกลิ่นหอมหวาน (Fruity)

d) Italy จะคล้ายกับ Spain จะมีกลิ่นที่เด่นกว่า เหมือนกัน

น้ำมันมะกอกได้ถูกใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับความงามมาหลายศตวรรษและเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ความงามชิ้นแรกๆ ของโลกและได้ถูกใช้โดยชาวอียิปต์และกรีกโบราณ ผู้คนโบราณไม่รู้ว่าทำไมน้ำมันมะกอกทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น และกระจ่างใสแต่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบคุณสมบัติบางอย่างของมัน น้ำมันมะกอกมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีฟีนอลซึ่งช่วยปกป้องผิว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนได้พบหลายวิธีในการใช้น้ำมันมะกอกให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิวหน้า

ประโยชน์ด้านต่างๆ
การบำรุงผิว

1. ให้ความชุ่มชื้น  น้ำมันมะกอกเป็นผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นที่มีประสิทธิภาพดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามร้านค้าทั่วไปซึ่งมักจะมีส่วนผสมของน้ำ คุณสามารถใช้น้ำมันมะกอกนวดบนผิวหรือผสมกับส่วนผสมอื่น เช่น คุณสามารถเพิ่มกลิ่นหอมโดยการเติม
น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ น้ำมันดอกกุหลาบหรือน้ำมันเลมอนเวอร์บีน่า น้ำมันมะกอกสามารถใช้บรรเทาอาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นแดง

2. ทำที่มาส์กหน้า น้ำมันมะกอกสามารถใช้ผสมกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหลายอย่างเพื่อทำเป็นที่มาส์กหน้าได้ผลของที่มาส์กหน้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับส่วนผสม สำหรับผิวแห้ง ผสมน้ำมันมะกอกครึ่งช้อนโต๊ะกับไข่แดง 1 ฟองและแป้ง 1 ช้อนโต๊ะ หากส่วนผสมข้นเกินไปก็สามารถเติมน้ำมันได้ ถ้าให้ทั่วใบหน้าและทิ้งไว้ 20 นาทีเพื่อเติมความชุ่มชื้น

3. ลดริ้วรอย  น้ำมันมะกอกสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวซึ่งจะช่วยลดริ้วรอย แต้มน้ำมันมะกอกบริเวณรอบดวงตาก่อนนอนหรือหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า หากคุณเก็บน้ำมันมะกอกไว้ในตู้เย็น มันจะข้นและรู้สึกเหมือนครีม

4. ลดรอยแผลเป็น. วิตามินและแร่ธาตุในน้ำมันมะกอกช่วยให้เซลล์ผิวสร้างขึ้นใหม่ได้ ใช้น้ำมันมะกอกนวดรอยแผลเป็นประมาณ 5 นาทีและทิ้งไว้ 10 นาทีก่อนที่จะเช็ดออกเพื่อช่วยทำให้รอยแผลเป็นกระจ่างและจางลง การเติมน้ำมะนาวหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เล็กน้อยสามารถช่วยได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรอยแผลเป็นที่มีสีเข้ม เพียงหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหลังจากการทาเพราะน้ำมะนาวอาจทำให้ผิวมีสีแดงเมื่อสัมผัสแสงแดด
ข้อมูลสินค้า

ชื่อทั่วไป : Extra virgin olive oil

แหล่งผลิตสินค้า : อิตาลี (ltaly)